วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

พิพิธภัณฑ์ธนาคาร>พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย ธนาคารไทยพาณิชย์

พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย ธนาคารไทยพาณิชย์
หลังจากการเปิดธนาคารแห่งแรกในประเทศไทยโดยชาวอังกฤษเมื่อปี 2431 ระบบการเงินและการธนาคารของไทยจึงวิวัฒนาการเข้าสากล เอกสารการเงินที่เกี่ยวข้องจึงทรงคุณค่ากับประวัติศาสตร์ของการธนาคารไทยอย่างยิ่ง
การจัดแสดง..
ส่วนที่ 1 วิวัฒนาการเงินตรา เริ่มต้นจากเงินตราสมัยก่อนประวัติศาสตร์ โดยมีสื่อกลางแลกเปลี่ยนคือ สัตว์เลี้ยงทาส หินมีค่ามาถึงโลหะเงิน โลหะทอง การพัฒนาเป็นเงินตราการสะสมสินค้า การฝากสินค้ามีค่าและแลกเปลี่ยนสกุลเงินตราจนกระทั่งเกิดธนาคาร

ส่วนที่ 2 วิวัฒนาการธนาคาร เริ่มจากเหตุการณ์เกิดความต้องการสถาบันการเงินจนต้องเข้าสู่ระบบธนาคาร สาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศเข้ามาดำเนินกิจกรรมในไทย และวิวัฒนาการการจัดตั้ง “ บุคคลัภย์” ธนาคารพาณิชย์แห่งแรก

ส่วนที่ 3 ต้นแบบธนาคาร การประสพความสำเร็จของบุคคลัภย์ในการดำเนินงานนำไปสู่การเกิดธนาคารพาณิชย์อื่นๆ ซึ่งเอกสารและประวัติศาสตร์ในช่วงเวลานี้น่าสนใจอย่างมาก

ส่วนที่ 4 ไทยพาณิชย์กับการก้าวสู่ยุคปัจจุบัน นำเสนอวิสัยทัศน์ การปรับองค์กรเพื่อรองรับการพัฒนาประเทศ การแผ่ขยายทางธุรกิจและการนำธนาคารก้าวสู่ความเป็นสากล
ที่ตั้ง..
ที่ตั้ง:9 ถ.รัชดาพิเษก แขวงลาดยาวเขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทรศัพท์ :(662) 544-4504 544-4525 544-4462-3
โทรสาร:(662) 937-7454

การเดินทาง..
รถประจำทาง :26 28 39 108 112 126 206 รถปรับอากาศ :38 49 206545 เวลาทำการ: อังคาร-เสาร์ 10.00-17.00น. ปิดทำการ : จันทร์ อาทิตย์ วันนักขัตฤกษ์ วันหยุดครึ่งปีธนาคาร

อัตราค่าเข้าชม..
ค่าธรรมเนียม ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าธรรมเนียม

บริการอื่นๆ..
มัคคุเทศก์ : ในกรณีที่เข้าชมเป็นหมู่คณะ(ต้องแจ้งล่วงหน้า)
ห้องสมุด : ธนาคารไทยพาณิชย์:ข้อมูลสารสนเทศด้านวิชาการการเงิน ธนาคาร บริหาร เศรษฐกิจเวลาทำการ: จันทร์-ศุกร์ 8.00-17.00น. เสาร์ อาทิตย์ วันนักขัตฤกษ์ัปิดทำการ :วันหยุดครึ่งปีธนาคารโทรศัพท์ : (662) 5443615-9 โทรสาร:(662) 5443620

พิพิธภัณฑ์ธนาคาร>พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย

พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย
พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย ตั้งอยู่ใน ตำหนักวังบางขุนพรหม ซึ่งเป็นโบราณสถานที่มี ความงดงามทางสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม แห่งหนึ่งของกรุงรัตนโกสินทร์ ปัจจุบันจัดแสดง วิวัฒนาการด้านเงินตราที่สมบูรณ์แบบของประเทศ เพื่อเผยแพร่ความรู้แก่บุคคลทั่วไปโดยเฉพาะ เยาวชน ให้ตระหนักถึงคุณค่าแห่งมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ

วังบางขุนพรหม มีประวัติยาวนานเกือบร้อยปี ตำหนักวังบางขุนพรหม แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ตำหนักใหญ่และตำหนักสมเด็จ สำหรับตำหนัก ใหญ่ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี 2449 โดยมี สถาปนิกชาวอิตาเลียนคือนายมาริโอ ตามาญโญ เป็นผู้ออกแบบตามศิลปะสถาปัตยกรรมแบบ บาโรก และโรโกโก
ส่วนตำหนักสมเด็จ สร้างขึ้นภายหลังประมาณ ปี 2456 เพื่อเป็นที่ ประทับของสมเด็จพระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี โดยมี นายคาร์ล เดอริง สถาปนิกชาวเยอรมัน เป็นผู้ออกแบบ มีลักษณะ ศิลปะสถาปัตยกรรม แบบอาร์ตนูโว และอาร์ตเดโค นอกจากนี้ยังมี ภาพวาดปูนเปียก ภาพนักบวชหญิงในสวน ดอกไม้ อยู่บนผนังภายในตำหนักสมเด็จ ซึ่งเป็นฝีมือของนายริโกลี จิตรกรชาวอิตาเลียน ด้วย
นอกจากนี้ ตลอดระยะเวลา 30 ปี ที่วังบางขุนพรหมเป็นที่ประทับ ของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าบริพัตร สุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต วังบางขุนพรหม ยังเป็น สถานที่ประชุมสโมสรสันนิบาต ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองมาหลายสมัย ทั้งยังเป็น แหล่งรวมศิลปวิทยาการแขนงต่าง ๆ เช่น เป็นที่ สอนวิชาการต่าง ๆ โดย ครูชาวต่างประเทศ ให้กับ บรรดาพระธิดาและเจ้านายฝ่ายในของวังอื่น ๆ เรียกกันว่า "บางขุนพรหมยูนิเวอร์ซิตี้" เป็นต้น อีกทั้ง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตร สุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต โปรดการดนตรีทั้งไทยและสากล ได้ทรงนิพนธ์เพลงไว้ถึง 39 เพลง ที่รู้จัก กันดีถึงปัจจุบัน นอกจาก การดนตรีทรงสนพระทัย ค้นคว้าและเลี้ยงกล้วยไม้ด้วย วังบางขุนพรหมจึงเป็นที่สังสรรค์ของพระบรม วงศานุวงศ์ ทูตานุทูต ศิลปิน ตลอดจนนักเล่น กล้วยไม้ ไม้ดัด เครื่องลายคราม และเครื่องมุก ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ยังสืบทอดมาเป็นมรดกทางวัฒนธรรมจวบจนปัจจุบัน

การให้บริการ..
พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย ยินดี ต้อนรับ คณะบุคคลทั่วไป ในระหว่างเวลา 9.00-12.00 น. และ 13.00 - 16.00 น. ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ยกเว้นวันหยุดธนาคาร
ที่ตั้ง..
พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย
273 ถนนสามเสน บางขุนพรหม กรุงเทพฯ 10200
โทรศัพท์ 0-2283-6723, 5286, 5265
โทรสาร 0-2628-5892
E- mail : Amporn@bot.or.th

พิพิธวิทยาศาสตร์>>พิพิธภัณฑ์มด

พิพิธภัณฑ์มด

พิพิธภัณฑ์มด จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2544 กล่าวได้ว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีความสมบูรณ์ทางวิชาการมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเป็นแห่งแรกของโลกอีกด้วย
โดยมีวัตถุประสงค์ คือ
1. เพื่อเก็บรวบรวมตัวอย่างมดจากทั่วประเทศ
2. เพื่อเก็บรวบรวมตัวแทนสกุลมดจากประเทศต่างๆทั่วโลก โดยเฉพาะในแถบเอเซียตะวันออก เฉียงใต้
3. เพื่อศึกษาด้านอนุกรมวิธาน ชีววิทยา และนิเวศวิทยาของมด
4. เพื่อเป็นแหล่งความรู้แก่ผู้สนใจทั่วไป และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต่อตนเองและประเทศชาติ
5. เพื่อเป็นศูนย์กลางการศึกษามดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
พิพิธภัณฑ์มด จัดแสดงตัวอย่างมดตามกลุ่มเป้าหมายและการใช้ประโยชน์ โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ


การจัดแสดง..
กลุ่มแรก เป็นการจัดตัวอย่างมดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศอื่นๆ สำหรับนักอนุกรม วิธานมดเท่านั้น โดยจัดแสดงไว้ที่ห้องปฏิบัติการทางกีฏวิทยาป่าไม้ ตึกวนศาสตร์ 60 ปี

กลุ่มที่สอง เป็นการจัดแสดงตัวอย่างมดในประเทศไทย สำหรับนักวิจัยแมลงทั่วไป นักนิเวศวิทยา นักชีววิทยา เป็นต้น โดยจัดแสดงไว้ที่ห้องปฏิบัติการทางกีฏวิทยาป่าไม้ ตึกวนศาสตร์ 60 ปี

กลุ่มที่สาม เป็นการจัดแสดงตัวอย่างมดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้สำหรับประชาชนทั่วไป จัด แสดงไว้ที่ห้องพิพิธภัณฑ์มด ตึกวินิจวนันดร โดยเป็นการจัดเชิงประยุกต์ภายใต้แนวความคิดใหม่ เช่น มดกับสิ่งแวดล้อม มดกับมนุษย์ การประยุกต์ใช้มดกับงานด้านต่างๆ เป็นต้น เพื่อแสดงให้กับคนทุกเพศ ทุกวัย มุ่งเน้นการนำไปใช้ประโยชน์มากกว่าการเก็บรวบรวมตัวอย่าง

ลักษณะตัวอย่างมด ที่นำมาจัด แสดง มีทั้งตัวอย่างมดเปียก ซึ่งเป็น ตัวอย่างมดแบบชั่วคราวมี ประมาณ 100,000 กว่าตัว และตัวอย่างมดแห้ง เป็นการเก็บตัวอย่างแบบถาวร และจัดใน รูปแบบมาตรฐานสากลของนักอนุกรมวิธาน มด โดยจะมีการบันทึกข้อมูลด้านต่างๆ ประกอบด้วย สถานที่ ประเทศ วันเดือนปี ชื่อผู้เก็บ ชื่อชนิดมด ชื่อผู้จำแนก ซึ่งใน พิพิธภัณฑ์มดมีตัวอย่างมดแห้งมากกว่า 20,000 ตัว
การจัดแสดงตัวอย่างมดในประเทศไทยสำหรับนักวิจัยทางแมลงทั่วไป นักนิเวศวิทยา นักชีววิทยา และอื่นๆ ตัวอย่างมดแห้งจัดแสดงตามลักษณะถิ่นอาศัยในกล่องไม้ติดกระจกการจัดแสดงตัวอย่างมดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สำหรับบุคคลทั่วไป ที่ห้องพิพิธภัณฑ์มดภายใต้แนวคิดเพื่อคนทุกวัย มุ่งเน้นการนำไปใช้ประโยชน์ มากกว่าการเก็บรวบรวมตัวอย่าง อาทิ มดกับมนุษย์ สำรวจร่ายกายมด มดกับระบบนิเวศ มดกับวิถีชีวิตไทย โดยมีตัวอย่างแห้ง รังมด ภาพถ่ายการจำลองถิ่นอาศัย และการเลี้ยงมดจริง การประยุกต์ใช้มดในงานต่างๆ มหกรรมมดนานาชาติ
ที่ตั้ง..
สำหรับสถานที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์มด นี้มี 2 แห่ง เพื่อความสะดวกในการใช้ ประโยชน์ของผู้เยี่ยมชม ดังนี้
ห้องปฏิบัติการทางกีฏวิทยาป่าไม้ ตึกวนศาสตร์ 60 ปี สำหรับนักวิจัย
ห้องพิพิธภัณฑ์มด ชั้น 2 ตึกวินิจ วนันดร สำหรับประชาชนทั่วไป
การให้บริการ..
เปิดให้เข้า ชมฟรี ระหว่างวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00- 16.00 น. สำหรับวันหยุดต้องติดต่อเป็น กรณีพิเศษ โดยทุกครั้งที่มีการเยี่ยมชมจะมี ผู้บรรยายตลอดการเข้าชม

ติดต่อ..
สนใจสอบถาม รายละเอียดเพิ่มเติม หรือติดต่อขอเข้า เยี่ยมชมได้ที่ รศ.เดชา วิวัฒน์วิทยา ภาควิชาวนชีววิทยาป่าไม้ คณะวน ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทรศัพท์ 0-2579-0176 โทรสาร 0-2942-8107

พิพิธวิทยาศาสตร์>>พิพิธภัณฑ์แมลง

พิพิธภัณฑ์แมลง

พิพิธภัณฑ์แมลง เป็นสถานที่เก็บรวบรวมและรักษาตัวอย่างแมลงโดยทั่วไป เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำหรับงานศึกษาวิจัย ของนักอนุกรมวิธาน นิสิต นักศึกษา หรือผู้สนใจเกี่ยวกับแมลงชนิดต่างๆ ทั้งที่มีคุณประโยชน์และที่มีโทษต่อมนุษย์ ทำให้เข้าใจถึงลักษณะความเป็นไปของแมลงต่างๆ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างได้ผล มีจำนวนแมลงที่เก็บรวบรวมไว้ทั้งสิ้นประมาณ 100,000 ตัวอย่าง
โดยจัดจำแนกตัวอย่างแมลงออกตามลักษณะอนุกรมวิธานระดับ อันดับ ตามแต่ละตู้ ซึ่งในแต่ละตู้จะแยกเป็นลิ้นชักต่างๆ ตามลักษณะอนุกรมวิธานระดับ วงศ์ เรียงลำดับตามตัวอักษร มีแมลงบางชนิดได้รับการวิเคราะห์จนถึง ชื่อ สกุล และชนิด เช่น ผีเสื้อกลางวัน ด้วงบางชนิด แมลงปอ เพลี้ยอ่อน แมลงวันหัวบุบ ผึ้ง ต่อ มอดขนปก จากนักอนุกรมวิธานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่มาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ อีกทั้งยังกรุณาวิเคราะห์ตัวอย่างแมลงต่างๆ จนถึง ชื่อวิทยาศาสตร์ ดังนั้นพิพิธภัณฑ์แมลงภาควิชากีฏวิทยาจึงมีแมลงตัวใหม่ๆ ของโลกที่เก็บไว้ในรูปแบบของ paratype หลายชนิด

พิพิธวิทยาศาสตร์>>พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์



พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของ อพวช.เปิดให้บริการในปีพ.ศ.2543 มีภารกิจหลักดังนี้

1.พัฒนาและจัดแสดงนิทรรศการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อชักนำให้ผู้ชมเกิดความเข้าใจและรักในวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีอันจะนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ ต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต

2.จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับเทคโนโลยีพื้นบ้านเพื่อให้ผู้ชมเข้าใจถึงกระบวนการการผลิตที่มีหลักการทางวิทยาศาสตร์แทรก อยู่ในแต่ละขั้นตอนและเกิดความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาของบรรพบุรุษตลอดจนมรดกทางวัฒนธรรมของไทย

นอกจากผู้ชมจะได้สัมผัสกับอาคารทรงลูกเต๋าที่มีรูปทรงอันน่าทึ่งแล้วภายในยังจะได้สัมผัสกับการจัดแสดงนิทรรศการที่มีรูปแบบการนำเสนอแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าและการพัฒนาของวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี แบ่งเนื้อหาสาระออกเป็น 6 หัวข้อจัดแสดงในแต่ละชั้นภายในอาคาร
การจัดแสดง..
ชั้นที่ 1 ส่วนต้อนรับและแนะนำการเข้าชม
ชั้นที่ 2 ประวัติความเป็นมาของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชั้นที่ 3 วิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานและพลังงาน
ชั้นที่ 4 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในประเทศไทย
ชั้นที่ 5 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน
ชั้นที่ 6 เทคโนโลยีภูมิปัญญาไทย

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดตั้งโดยองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์จัดแสดงนิทรรศการและจัดกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี นำเสนอสาระน่ารู้นับจากการค้นพบทฤษฎี หลักการ และการประดิษฐ์ในอดีต

ความก้าวหน้าถึงปัจจุบันและแนวโน้มสู่อนาคต นิทรรศการและชิ้นงานที่จัดแสดงนำเสนอ ในรูปแบบที่ให้ผู้ชมสามารถเรียนรู้และทำความเข้าใจด้วยการสัมผัส ทดลอง ร่วมแสดง และโต้ตอบกับชิ้นงานแสดงต่างๆ เนื้อที่จัดแสดงมีประมาณ 10,000 ตารางเมตร แบ่งเป็น 6 ชั้น


อาคารพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ได้รับการออกแบบและก่อสร้างในรูปทรงเรขาคณิต ที่น่าทึ่ง สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในการก่อสร้างอันเป็นจุดดึงดูดความสนใจของผู้ที่ได้พบเห็นตัวอาคารมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ 3 ลูก แต่ละลูกมีขนาด 20x20x20 เมตรวางพิงกันเพื่อพยุงและเฉลี่ยการรับน้ำหนักของกันและกัน ทำให้เกิดความสมดุลในการทรงตัวโดยมีรากฐานในการรับน้ำหนักของตึกตรงบริเวณมุมแหลมของรูปสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ทั้ง 3 ลูกโดยจุดรับน้ำหนักแต่ละจุดสามารถรับน้ำหนักได้ถีง 200 ตันโครงสร้างทั้งหมดประกอบด้วยโครงเหล็กเพื่อเสริมด้านความแข็งแรงของอาคารโดยเฉพาะ ในส่วนของลูกบาศก์มีโครงสร้างเป็นโครงเหล็กถักแบ่งเป็น 6 ชั้น มีความสูงประมาณ 45 เมตร หรือเท่ากับอาคาร 12 ชั้นมีพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการภายใน ประมาณ10000ตารางเมตรนอกจากนั้นผนังภายนอกอาคารยังกรุด้วยแผ่นเหล็กเคลือบเซรามิค (Ceramic steel) ซึ่งมีลักษณะผิวภายนอกที่ดูแลรักษาได้ง่ายและไม่ต้องทาสีตลอด อายุการใช้งานประกอบกับลักษณะพื้นผิวที่สะท้อนแสงและการติดตั้งที่มีความลาดเอียง จึงสะท้อนความร้อนได้มากช่วยให้ประหยัดพลังงานในการปรับอุณหภูมิภายในได้เป็นอย่าง ดีภายในอาคารมีการติดตั้งระบบควบคุมอุณหภูมิระบบป้องกันอัคคีภัยที่ไดมาตรฐานทั้งระบบตรวจจับควันไฟ(SmokeDetector) และระบบฉีดน้ำอัตโนมัติ(Sprinkle) ตลอดจนมีการจัดระบบการอำนวยความสะดวกในการเดินชม นิทรรศการภายในอาคารทั้งสำหรับผู้ชมทั่วไป และผู้ทุพลภาพจึงนับได้ว่านอกจากจะเป็นอาคารที่มีรูปทรงดึงดูดใจ แล้วยังเป็นอาคารที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทยอีกด้วย

ที่ตั้ง..
ตั้งอยู่ที่ เทคโนธานี ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

การให้บริการ..
เปิดให้บริการวันอังคาร-วัน อาทิตย์ (เว้นวันจันทร์) เวลา 9.30-17.00 น.

อัตราค่าเข้าชม..
ค่าเข้าชม เด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 50 บาท โทร.02-577-4172-8
การเดินทาง..
การเดินทาง สามารถโดยสารรถประจำทางปรับอากาศสาย ปอ.1155 จากตลาดรังสิตและฟิวเจอร์พาร์ค ถึง

พิพิธวิทยาศาสตร์>>ศูนวิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาแห่งชาติ (ท้องฟ้าจำลอง)



ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาแห่งชาติ ท้องฟ้าจำลอง

ระบบสุริยะจักรวาล ดาราศาสตร์ อวกาศ ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม รวมถึงเทคโนโลยีเกี่ยวพันกับความเป็นจริงและวิถีของมนุษย์มาตลอด ศูนย์วิทยาศาสตร์ฯ จึงจดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินกิจกรรมให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้ โดยอาศัยสื่อผสม สื่อจำลอง สื่อของจริง และกระบวนการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จากกิจกรรมหลากหลายที่

จัดขึ้นในแต่ละโอกาสอาคารท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ จะจัดแสดงเป็นรอบๆ โดยแบ่งการแสดงเป็น 2 ส่วนคือ การฉายดาวบนท้องฟ้าในเวลาค่ำและรุ่งสาง ส่วนการฉายสไลด์มัลติวิชั่นจะเปลี่ยนเนื้อเรื่องตามรายการของแต่ละเดือนอาคารวิทยาสาสตร์และเทคโนโลยี จัดแสดงนิทรรศการถาวร 4 ชั้น เรื่องพื้นฐานการดำรงชีวิตของมนุษย์ ซึ่งผู้ชมสามารถจะทดลอง ทดสอบและสัมผัสสิ่งแสดงต่างๆ ได้ด้วยตนเอง เช่น ชั้นที่ 1 เป็นเรื่องของโลกวิทยาศาสตร์ การสื่อสารดาวเทียม เลเซอร์แสงมหัศจรรย์เมืองกระจกทะลุจักรวาลส่วนชั้นที่ 2 จัดแสดงการเปิดโลกพลังงาน ประวัติเวลาและเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ฯลฯ

อาคารธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดแสดงนิทรรศการถาวรด้วยสื่อที่หลากหลายและทันสมัย ผู้ชมสามารถเรียนรู้และร่วมกิจกรรมต่างๆภายในนิทรรศการด้วย มีทั้งหมด 6 ชั้น จัดแสดงที่ชั้น 3-8 โดยเริ่มตั้งแต่โลกดึกดำบรรพ์และฟอสซิล มนุษย์กับสิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติ โลกของแมลง Discovery Room Cyber Club และมรดกจากธรรมชาติ

อาคารพิเศษ "โลกใต้น้ำ"จัดแสดงวิวัฒนาการสัตว์น้ำและพันธุ์ปลาสวยงามหลากลายชนิด นิทรรศการวิทยาศาสตร์การกีฬา นำเสนอเรื่องความสำคัญของร่างกยของตนเอง ประวัติวิทยาศาสตร์การกีฬา การรู้จักออกกำลังกาย การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย เครื่องออกกำลังกายกลางแจ้ง เช่น หน้าผามหาสนุก ซึ่งจะต้องใช้ส่วนต่างๆของร่างกายในการทดลองด้วย

นอกจากนี้ทางศูนย์ฯ ยังมีการฝึกอบรม บรรยาย สาธิต ทัศนศึกษา เข้าค่ายแข่งขัน รวมทั้งกิจกรรมทางความรู้ที่จัดเป็นประจำและจัดในวันสำคัญต่าง ๆ สำหรับเยาวชนและผู้สนใจทั่วไป

ที่ตั้ง..
ที่ตั้ง928 ถ. สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110โทรศัพท์ : (662) 392-1773, 392-5951-9: 1034, 2008, 2009โทรสาร : (662) 391-0522
เว็บ อีเมล์ : http://www.sciedug.nfe.go/

การเดินทาง..
รถประจำทาง : 2 23 25 38 40 48 72 98
รถปรับอากาศ : 1 สาย 2 8 23 25 38 511 513 ปอ.พ. 6
เวลาทำการ : อังคาร-อาทิตย์ 8.30-16.30 น.วันหยุดทำการ : จันทร์ วันนักขัตฤกษ์

อัตราค่าเข้าชม..
ค่าธรรมเนียม ค่าเข้าชม : ท้องฟ้าจำลอง: เด็ก 5 บาทผู้ใหญ่ 10 บาท
นิทรรศการและท้องฟ้าจำลอง:เด็ก 15 บาทผู้ใหญ่ 30 บาท
นักบวช: ไม่เสียค่าธรรมเนียมกิจกรรม

การแสดง..
รอบการแสดงประจำวัน: เวลาทำการ: อังคาร-ศุกร์ 11.00 น. 14.30 น.เสาร์-อาทิตย์ 14.30 น. 10.00 น. 13.30 น.
รอบจอง รอบพิเศษ (คณะนักเรียน):เวลาทำการ: อังคาร-ศุกร์ 10.00 น. 13.00 น.
รอบบรรยายภาษาอังกฤษ:เวลาทำการ: อังคาร 10.00 น.
ค่าธรรมเนียม: วิทยากรบรรยาย 300 บาท

บริการอื่นๆ..
ห้องสมุด: ชั้น 7 อาคาร 4
ร้านขายของที่ระลึก : ชั้น 1 อาคาร 4
ร้านอาหาร : ชั้น 1 อาคารท้องฟ้าจำลอง

พิพิธภัณฑ์บุลคลสำคัญ>>พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง



พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง แห่งนี้ เป็น พิพิธภัณฑ์ ที่จัดแสดง หุ่นขี้ผึ้ง ที่หล่อจาก ไฟเบอร์กลาส แห่งแรกของประเทศไทย เกิดจากแรงดลใจของ ผู้สร้างสรรค์กลุ่มหนึ่ง ซึ่งนำโดย อ.ดวงแก้ว พิทยากรศิลป์ มีวัตถุประสงค์ ในอันที่จะส่งเสริม เผยแพร่ อนุรักษ์ไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรม ประเพณีของไทย อันจะเป็นประโยชน์ ในการศึกษาค้นคว้าของเยาวชนสืบไป

การจัดแสดงจะจัดหุ่นไว้เป็นชุด ๆ อาทิเช่น ชุดพระบรมรูปอดีตพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรี ชุดพระอริยสงฆ์ ชุดสมเด็จพระปิยมหาราชกับการเลิกทาส ฯลฯ หุ่นแต่ละรูปนั้นจะมีลักษณะเหมือนคนจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผิว ดวงตา แขน เส้นผม

การให้บริการ..

เปิดให้เข้าชมทุกวัน จันทร์ ถึง ศุกร์ เวลา ๙.๐๐ - ๑๗.๓๐ น. เสาร์ อาทิตย์ และ วันหยุดราชการ เวลา ๘.๓๐ - ๑๘.๐๐ น.

ที่ตั้ง..
พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย 472 หมู่ 1 ถนนบรมราชชนนี (ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี) กม.31
ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม 73120
โทร. 0-3433-2607, 0-3433-2109, 0-3433-2061
โทรสาร 0-3433-2061